สำหรับผลงานชิ้นล่าสุดของคุณคงเดช จาตุรันต์รัศมีที่เคยฝากผลงานอันลือลั่นไว้มากมาย แต่อาจจะไม่ถูกใจคนในวงกว้างนัก แต่สำหรับเด็กวัยรุ่นคนนึงอย่างผมแล้ว คุณคงเดชแทบจะเป็นศาสดาของผมเลยก็ว่าได้ในแง่การมองโลกและแนวคิดต่างๆตลอดจนการใช้ชีวิต ผมนับถือและบูชาคุณคงเดชมาตั้งแต่หนังเรื่องที่สอง " เฉิ่ม " และคลั่งไคล้ยิ่งนักเมื่อ " กอด " เข้าฉาย เลยทำให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้มีดีมากกว่าที่คิด เพราะแค่กำกับ แสดง เขียนบทเองก็ทำได้ดีน่ายกย่องแล้ว เจ้าตัวยังร้องเพลง แต่งเพลง และอีกหลากหลายอาชีพที่ทำมา ล้วนบ่งบอกอย่างแรงว่าชายคนนี้ไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง

แต่ก่อนที่หนังใหม่ " Snow " จะได้ร่วงโรยในปีหน้านั้น กลางงานหนังสือนี้คุณคงเดชขอเปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเขียนการ์ตูนก่อน โดยสานต่อความฝันนิสัยรักการวาดเขียนในวัยเด็กที่เจ้าตัวเชี่ยวชาญและบอกว่ารักการวาดรูปเหลือเกิน ซึ่งผลที่ออกมามันก็ดีไม่แพ้หน้าที่ก่อนหน้านี้เลย และยังคงเอกลักษณ์สไตล์คงเดชไว้ยังครบถ้วนอีกด้วย นิยายภาพเล่มนั้นก็คือ รักเปื่อย ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นั่นเอง

รักเปื่อย เล่าเรื่องถึงชายหนุ่มผู้ซึ่งหลงรักหญิงสาวมายาวนาน และทำได้แค่มองอยู่ห่างๆ แม้กระทั่งความตายก็มิอาจต้านทานรักยิ่งใหญ่ รักเดียว รักสุดท้ายครั้งนี้ได้ ใครที่ได้อ่านคงอ่านรวดเดียวจบแบบผมเป็นแน่ เพราะแค่เปิดอ่านหน้าแรกก็วางไม่ลงเลย แถมยังมีให้ตะลึงเป็นระยะๆ กับภาพวาดที่บ้างก็ลงสี บ้างก็ไม่ลงสี บ้างก็วาดสวยเต็มหน้า บ้างก็วาดเล่นๆแบบเด็กๆ แต่สิ่งเหล่านั้นล้วนบ่งบอกแนวคิดและความเป็นคงเดชได้ดีเหลือเกิน เฉกเช่นเดียวกับเนื้อเรื่องที่ยังคงคอนเซปต์เข้าใจง่าย พื้นๆ และเข้าถึงตัวละครได้ไม่ยาก สำคัญสุดคือตัวละครยังคงขาดๆเกินๆ ไม่สมบูรณ์เหมือนคนขับรถแท็กซี่ใจรักเพลงกรุงเก่า หรือจะชายสามแขนผู้โหยหาคนเข้าใจ มาเรื่องนี้ตัวเอกของเราคือสมบัติ ชายหนุ่มผู้มาสนิทกับสาวคนที่รักหลังจากลาโลกไปแล้ว และต้องแข่งกับเวลาเพื่อบอกรักเธอ ก่อนที่กายจะเน่าสลายไปในที่สุด !!

บทสรุปสุดท้ายจะเหวอแค่ไหน พระเอกของเราจะเป็นยังไง ใครที่เป็นแฟนคุณคงเดชคงเดาได้ไม่ยาก แต่ทางที่ดี ขอแนะนำว่าอย่าเดาให้เสียเวลาเลย เพราะระหว่างทางสู่หน้าสุดท้ายนั่นน่าตื่นเต้นกว่าเยอะ ด้วยวิธีการเล่าเรื่องแบบไม่เหมือนใครกับเรื่องราวประหลาดๆที่บอกได้ว่ามีส่วนประกอบของ Corpse Bride กับอีติ๋มตายแน่อยู่หน่อยๆ กับบางฉากที่ชวนให้นึกไปถึงฉากขายของ Superhero Movie ด้วยซ้ำ และที่ขาดไม่ได้เลยคือนิสัยแซวสังคมไทยที่แก้ไม่หายแต่กลายมาเป็นเสน่ห์ของคุณคงเดชที่บรรจงใส่ลงไปในทุกผลงาน ทำให้ตลอดทั้งเรื่องนั้นจะเห็นได้ถึงแนวคิดต่างๆกับ คำถามที่ผู้แต่งตั้งมาให้คนอ่านได้คิด แต่ถึงกระนั้นมันก็คือรายละเอียดปลีกย่อยที่แทรกอยู่ระหว่างพล็อตใหญ่ ที่มีธีมหลักว่าด้วยเรื่องของความรัก และมุมมองความรักของวัยรุ่นในปัจจุบันนี้ ที่โผล่ขึ้นมาเป็นระยะๆ เช่นเดียวกับวิธีวิพากษ์สังคมตลอดการเดินทางของขวานใน " กอด " นั่นเอง จะว่าไปสองเรื่องนี้ก็มีส่วนประกอบคล้ายกันอยู่นะ เพราะเป็นเรื่องรักเหมือนกัน แต่ในขณะที่ " กอด " ออกตัวว่าเป็นแนวโรดมูวี่กับพล็อตง่ายๆ ที่ว่าด้วย ชายหนุ่มตัวประหลาดที่อยากมีใครซักคนบนโลกเพี้ยนๆนี้มาเข้าใจกัน สำหรับ " รักเปื่อย " นี้จะเน้นเรื่องรักจริงๆมากกว่า และหันมาสนใจกับเรื่องรักในวัยรุ่นมากขึ้น ( ข้างล่างมีสอปยล์นะจ๊ะ )

โดยมีตัวละครหญิงที่พระเอกรักมาเป็นตัวแทนของวัยรุ่นไทยทุกวันนี้  ประเภทที่หาเอาได้ง่ายๆตามสยาม โดยมีมุมมองต่อความรักในแบบเดียวกับแฟชั่น ที่การมีคู่ควงนั้นเป็นแฟชั่นอย่างนึงที่หนุ่มสาวเดินตามเทรนด์กันอย่างสนุกสนาน  เลยทำให้เราหาเรื่องรีกแท้ในคนวัยนี้ได้ค่อนข้างแยก และความคิดห่วงสวยของสาวๆที่ต้องการไม่ได้แค่ดูปกติอย่างเดียว ( เปรียบเทียบโดยพระเอกที่ต้องโบ๊ะหน้าตัวเองและกิจกรรมสารพัดเพื่อให้ตัวเองดูเหมือนมนุษย์มากที่สุด ) แต่ยังต้องการให้ทุกสายตาหันมามองเธอเหมือนกันหมดด้วย จึงตามมาด้วยความกลัวที่จะไม่เด่นไม่ดัง ต้องไปเสริมโน่นตัดนี้ แต่งนั่นเติมโน่น หรือเรียกง่ายๆว่า ศัลยกรรมนั่นเอง แทนที่จะพอใจกับสิ่งที่ตัวเองได้มา เท่านั้นก็น่าพอใจแล้วไม่ใช่หรือ ? แต่ยังไม่พอสำหรับหนุ่มสาววัยนี้อีกเหรอ ? คำตอบคือยังไม่พอ ดังนั้นคนรักที่ได้มาจึงเกิดจากการชอบพอสิ่งสวยๆงามๆภายนอกจอมปลอมที่ผ่านการปรุงแต่งมาอย่างโชกโชน หาได้ใช่ความสวยงามภายในไม่ นอกนั้นคุณคงเดชยังกัดจิกถึงพฤติกรรมเด็กสมัยนี้นิดๆหน่อย เช่นนิสัยติดมือถือ ซึ่งได้ใส่ผ่านฉากพระเอกถูกรถชนจนตาย แต่นางเอกหันมามองเพียงชั่วครู ก่อนจะหันมารับโทณศัพท์นั่นเอง 

ส่วนที่เหลือที่คุณคงเดชเอามาเม้าท์ก็คือ นักการเมือง เช่นเคย แต่จะกัดไว้ว่ายังไง ไปตามอ่านกันเอง อีกตัวละครนึงก็คืออรัญญา ที่แอบชอบพระเอกเหมือนที่พระเอกแอบชอบสาววัยรุ่นคนนั่นเอง ( โอ้ ความรักมีทุกที่จริงๆ ) ถึงแม้ในตอนแรกพระเอกของเราจะไม่มีเพื่อนเลยก็ตาม แต่ตอนหลังถึงได้มาเฉลยว่าเธอคนนี้แหละคือคนที่คอยตามดูอยู่ห่าง และคอยชั่วเหลือยามลำบากจนกระทั่งวาระสุดท้ายมาถึงนั่นเอง น่าเศร้าที่พระเอกของเรากว่าจะรู้ก็ตอนท้ายเรื่อง เพราะเธอคนนี้แหละที่รักเขาในยามที่เขาไม่แต่งอะไรเลย ยามเน่าๆตาถลนไส้ไหลอย่างนั้นแหละ ไม่ใช่หลงใหลในรูปกายภายนอก ไม่ใช่รักเพราะเขาหล่อเลิศหรือเพราะหล่อสุดๆตอนแต่งหลอกๆ แต่รักที่เขาเป็นแบบนี้ต่างหาก นี่สิถึงเรียกว่ารักแท้ !!

ในตอนท้ายที่พระเอกเจ็บช้ำน้ำใจหลังบอกความจริงให้สาวคนอยู่ใจรู้ไป แต่เธอกลับขยะแขยงแทนซะนี่ นอกจากจะเป็นภาพที่ทำให้ผมตื้นตันแล้ว เมื่อนึกว่าความฝันของชายทั้งหมดคนนี้คือเธอ และเธอนี่แหละที่เป็นเหตุผลให้เขาอยู่และกลับมาจากความตายอีกครั้งนึงเพื่ออยู่บนโลกใบเดียวกับเธอ แต่ที่เศร้าที่สุดก็คือมารู้ในตอนท้าย ว่าเขาก็มีอรัญญาที่รักเขามาตลอด และตายไปปด้วยกัน แต่ไม่เคยรับรู้ความจริงข้อนั้นเลยแม่แต่น้อยว่าเธอรักเขามาเพียงใด เมื่อรู้ดังนั้นแล้ว เขาจึงค่อยๆนอนลงข้างกายเธอ กอดกายปลอบโยนเธอ  จนเน่าสลายผุพังไปด้วยกัน ไหลเวียนไปรอบโลกไปด้วยกัน ทีนี้เข้าใจรึกยังครับว่า " รักเปื่อย " หมายถึงอะไร

หลังอ่านจบ ผมซึ้งน้ำตาไหลไปกับความรักของชายคนนี้ครับ ไม่น่าเชื่อว่ารักแท้จะยังมีอยู่อีกในโลกจอมปลอมใบนี้ แต่ในนิยายก็บอกไว้แล้วว่า " มี " ดังนั้นผมในฐานะชายซึ่งยังหายใจบนสังคมศัลยกรรมนี้อยู่ และยังไร้คนข้างเคียงขิคารวะให้คุณคงเดชสามครั้งครับ ( หนึ่ง.....สอง......สาม ) ผู้ที่ได้ชื่อว่ายืนหยัดเพื่อความรีกเรื่อยมา วันนี้ผมได้รู้แล้วว่ารักแท้มีอยู่จริง ขอบคุณมากๆครับ

และท้ายสุดก่อนกลับงานหนังสือนั่น ผมแวะไปขอลายเซ็นและแลกเปลี่ยนบทสนทนากับพี่เคงเดชครับ 

" ดีครับพี่ ผมชอบหนังของพี่มากเลยครับ "

" โอ้ ขอบคุณครับ "

" ตอนนี้ ผมรอ Snow ของพี่อยู่นะครับ หะๆ "

"  พี่ก็รออยู่เหมือนกัน 555 "

 

 

edit @ 11 Jan 2009 13:01:04 by N@gaZine

Comment

Comment:

Tweet

ชอบอ่านรักเปื่อยมากกกกกกกก อยากรู้ว่ามีภาค 2รึปล่าว

#8 By worawee (110.77.180.30) on 2011-06-01 13:26

แวะผ่านมาเจอค่ะ ขอเม้นหน่อย

ชอบหนังเรื่องล่าสุดของคุณคงฯ และรักเปื่อยมากๆ
ไปขอรายเซ็นมาด้วยค่ะ

ไม่รู้เคยเจอเจ้าของบล็อครึเปล่าค่ะ
เพราะตอนที่ยืนอยู่แถวๆนั้น เห็นผู้ชายคนนึง
กับบทสนทนาลักษณะแบบนี้เลย

ไม่แน่กองรักเปื่อยสูงๆข้างคุณคง อาจจะเป็นที่เราเลือกไว้ก็ได้
วันนั้นไปซื้อมาสิบเล่มอ่ะคะ

เห็นตามร้านหนังสือทั้วไปก็มีขายแล้วด้วย ดีใจจัง
เราซื้อไปฝากเพื่อนด้วยค่ะ

#7 By น้ำตาลปั้นหวาน (58.137.129.220) on 2009-01-13 16:43

อยากอ่านมากๆเลย หาซื้อที่ไหนอ่ะ

#6 By kaw (203.172.215.5) on 2008-12-11 09:42

ดีครับ confused smile

#5 By tok (125.24.50.170) on 2008-11-06 20:57

อยากได้หนังสือเล่มนี้จังเลย
หาซื้อได้ที่ไหนค่ะ
อยากได้มักๆๆๆๆม้าก

#4 By waw (203.172.175.194) on 2008-11-05 10:46

บูธ D12 ห้องแพลนารี ฮอลล์
สนพ.4-letter word ค่า
ไปแวะมาแล้ว

#3 By april fool (125.25.106.193) on 2008-10-21 12:26

อยู่บูธไหนเนี่ย

#2 By wesong on 2008-10-21 11:38

หมีหนังสือน่าสนใจแบบนี้ด้วยหรอ


พลาดแล้วตู

#1 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-10-19 20:09